แน่นอนอยู่แล้ว ทุกคนรู้จัก Microsoft office กันอย่างดี ด้วยโปรแกรมสามัญประจำเครื่องอย่าง Word, Excel, Power Point ซึ่งแน่นอนว่า Microsoft ได้สร้างอารายธรรมมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าคนจะเปลี่ยนไปใช้ Page ของ Apple หรือไปใช้ Open Office หรืออะไรก็แล้วแต่สุดท้าย ก็ต้องกลับมาใช้ Microsoft Office กันทั้งเรื่องความเคยชิน และที่สำคัญ File .xls .doc พวกนี้ได้กลายเป็นมาตฐานไปแล้ว

คำถามแรกเลย Office 365 คืออะไร 

           ง่ายๆ เลยมันคือ Ms. Office อย่าง Word, Excel, Power Point และ Product อื่นๆ ของ Microsoft ย้ายมาไว้บน Cloud ในรูปแบบออนไลน์ และมีจุดเด่น คือ ใช้ได้ทุกแพลตฟอร์มไม่ว่าจะเป็น คอมพิวเตอร์, โน๊ตบุ๊ค, มือถือ, แท๊บแล็ต ซึ่งทำให้เราสามารถทำงานที่ไหนก็ได้ด้วย Microsoft Office on Cloud และนอกจากจะมี Ms.office แบบออนไลน์แล้ว Office 365 ยังเสริมพลังด้วย ผลิตภัณท์อื่นอีกอย่าง

► Exchange Online เป็นบริการอีเมล์สำหรับองค์กร มีความสามารถในการซิงค์ปฏิทินนัดหมาย จองห้องประชุม ร่วมกันได้
► SharePoint Online เป็นบริการแชร์ข้อมูลและเอกสารภายในองค์กร พร้อมระบบค้นหาและสิทธิ์การเข้าใช้งานที่สามารถกำหนดได้
► Lync Online บริการประชุมทางไกลผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ที่มีความละเอียดสูง พร้อมการทำเรียลไทม์โน้ตระหว่างประชุมและการโทรศัพท์ระหว่างพีซีถึงพีซีได้
► Yammer เป็น Social Media ในบริษัท มีจุดเด่นในการแชร์ไฟล์อย่างรวดเร็ว

เมื่อ 4 ตัวด้านบนรวมกับ Microsoft Office ก็จะทำให้ครอบคลุมงานในออฟฟิศทุกด้านแล้ว

คุ้มค่าแค่ไหนในการซื้อ

     ความคุ้มค่าของ Office 365 อยู่ที่การใช้งานได้หลากหลายและความยืดหยุ่นที่มีมากกว่า Office 2013 สำหรับ ออฟฟิศที่ใช้แต่เพียง Microsoft Office อย่างเดียว การซื้อขาดอาจจะคุ้มกว่า แต่ของแถมที่ติดมากับตัว Office365 นั้นต้องเอามาพิจารณา อย่างเช่นระบบอีเมลล์, One Drive ขนาดใหญ่, Skype

แน่นอนว่าการใช้ Software เถื่อน อาจจะลดต้นทุนแต่ว่า ถ้าถูกจับเรื่องลิขสิทธิ์ก็จะมีผลร้ายและมีรายจ่ายอย่างมหาศาล ยิ่งถ้าเป็นองค์กรขนาดใหญ่อาจจะโดนค่าปรับสูงหลายล้านบาท ถ้าเป็นองค์กรขนาดเล็กบางครั้งอาจจะถึงขั้นขาดสภาพคล่องได้

office365

     อย่างที่เห็นว่า Office 365 ยังมีความต่างจาก Microsoft Office แบบเดิม (ตอนนี้คือ Office 2013) ตรงที่มี บริการด้านการออนไลน์ด้านการสื่อสารเช่น Business Email , File Sharing และ Hd Video Conferenxe ผ่าน Outlook, Share Point, One Drive และ Skype For Business  ที่ช่วยให้ออฟฟิสของคุณสามารถทำงานรวมกับเพื่อนร่วมงานได้สะดวกเหมือนคุณกำลังทำงานอยู่ข้างๆ กันอยู่นั่นเอง

รวมทั้งการเก็บไฟล์และข้อมูลไว้บน OneDrive for Business ซึ่งสามารถตั้งระดับควบคุมการเข้าถึงต่างๆ ได้อย่างรัดกุม ทำให้ไฟล์เอกสารและข้อมูลของคุณปลอดภัย พร้อมที่จะแชร์ให้กับเพื่อนร่วมงานคุณ รวมไปถึงทำให้คุณสามารถเข้าถึงไฟล์งานได้จากทุกที่และทุกเวลา ไม่ว่าจากอุปกรณ์ใดอีกด้วยจุดเด่นของ365

นอกจากนี้ Office 365 ยังแบ่งขายเป็นแพ็คเกจที่จำหน่ายทั้งในรูปแบบที่เปลี่ยนไปอย่าง Subcription ที่แบ่งการใช้งานแบบได้เฉพาะผ่านเว็บเบราว์เซอร์เพียงอย่างเดียว หรือแบบที่มาพร้อมกับแอพพลิเคชั่นที่สามารถติดตั้งใช้งานบนเครื่อง (Desktop Version) ได้ด้วย ซึ่งคิดค่าบริการเป็นรายเดือนหรือรายปี

ซึ่งต่างจากแต่ก่อนที่มีขายเป็นแบบจำนวนเครื่อง หากต้องการติดตั้ง 5 เครื่องก็ต้องซ์้อ 5 ไลเซ่นและไม่สามารถอัพเดทได้ (นอกเสียจากซื้อการประกัน Software อ่านเพิ่มเติมเรื่องการประกัน software .. )

Office 2013Office 365

ลักษณะการใช้งาน

จำนวนเครื่องที่ใช้งาน

ใช้งานได้เพียงที่ Pc เครื่องที่ติดตั้งติดตั้งได้สูงสุด 5 Device ต่อ 1 User ไม่ว่าจะเป็นมือถือ แท๊บเล็ต โน๊ตบุ๊ค

ความปลอดภัย

ไฟลล์และการเข้าถึงข้อมูล

เก็บเอกสารต่างๆ ไว้ที่เครื่อง ซึ่งอาจจะทำให้เกิดการรั่วไหลของเอกสารสำคัญสามารถเก็บไว้บน Cloud ซึ่งมีการเข้ารหัสและสามารถสั่งลบในระยะไกลได้

Licensing

รูปแบบการสั่งซื้อ

หากซื้อจำนวนมากต้องมีการสั่งซื้อในรูปแบบ Agreement ต่างๆ ซึ่งมีความยุ่งยากและราคาหลายแบบมีรูปแบบเดียวคือการซื้อแบบ Pay-per-User หรือ Subscription ซึ่งซ์้อตามจริงตามจำนวนผู้ใช้

Upgrades

การอัพเกรด

การอัพเกรดซอฟต์แวร์เมื่อมีเวอร์ชั่นใหม่ออกมานั้นมีความยุ่งยากเพราะ User ต้องติดตั้งเอง รวมไปถึงมีค่าใช้จ่ายอัพเกรดระบบความปลอดภัยและคุณสมบัติของแอพพลิเคชั่นโดยอัตโนมัติ ผ่านเว็บไซต์โดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องทำอะไร

Pricing

ราคา

ซื้อสิทธิการใช้งานแบบ one-time purchase สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก
ระยะเวลา 2-3 ปีสำหรับองค์กรขนาดกลางและใหญ่ในรูปแบบของ Volume Licensing
ซื้อบริการในรูปแบบ Subscription ที่คิดเป็นรายเดือนหรือรายปี ตามจำนวนของ User และ Plan ที่เลือก

Asadawut Taveesiriwet

Comments

comments